ทำไมต้องมาอบรมการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุแก่ผู้ที่ได้รับใบขับขี่แล้ว
เพราะการขับรถอย่างถูกวิธี
การขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ เป็นหนึ่งในสามเสาหลักในการเสริมสร้างความปลอดภัย
ในการขับรถในแนวคิดของสถาบันเซฟตี้โรด เรามักได้ยินคำกล่าวที่ว่า ขับรถได้มาแล้วเป็นเวลาสิบๆ
ปี ไม่ทราบว่าจะต้องมาเรียนอะไรอีก
แต่ถ้าท่านได้รับทราบว่า ประเทศไทยติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก
ของประเทศที่มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงสุด หรือขณะเวลาที่ผ่านไปทุกๆ
ชั่วโมง ประเทศไทยมีคนเสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนน เฉลี่ยชั่วโมงละเกือบสองคน
ท่านคงจะใจหาย คิดว่าเป็นไปได้อย่างไร
เราอยากจะเรียนกับทุกท่านว่า การขับรถของผู้ขับขี่รถในประเทศไทย
ส่วนใหญ่ฝึกเรียนรู้การขับรถ แบบมรดกตกทอดจากผู้ใกล้ชิด จากพ่อสู่ลูก
เพื่อนสู่เพื่อน พี่สู่น้องโดยผู้ถ่ายทอดเอง ก็ไม่เคยผ่านการเรียน
ในหลักสูตรการขับรถที่เป็นสากล จะมีบ้างอีกที่เรียนจากผู้มีอาชีพรับจ้างสอนขับรถ
เพื่อให้ขับได้ หรือพาไปสอบใบขับขี่
อนึ่ง การสอบใบขับขี่ เดิมผู้สอบจะต้องอ่านหนังสือ
เกี่ยวกับกฎจราจรมาเอง แล้วทดสอบข้อเขียนและสอบขับ แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้
ทางราชการได้กำหนดให้ผู้ขอใบขับขี่ ต้องเข้าอบรมกฎจราจร 2 ชั่วโมง
แล้วทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับรถ โดยมิได้มีการสอนวิชาที่เป็นหัวใจสำคัญ
คือ หลักการขับรถอย่างถูกวิธี และการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ
ดังนั้น จึงไม่น่าจะแปลกใจ ที่ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง
เพราะรากฐานของการขับรถที่ถูกวิธี และเป็นสากล ยังมิได้มีเรียนการถ่ายทอดสู่ผู้ขับรถแต่อย่างใด
ผู้ที่ได้ใบขับขี่มาจึงได้รับความรู้ เฉพาะเรื่องกฎจราจรเท่าที่เวลา
2 ชั่วโมงจะอำนวยเท่านั้น
การเรียนรู้เรื่อง การขับรถอย่างถูกวิธี
การขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุจึงจำเป็นต้องเรียนรู้กัน และจัดเป็นหลักสูตรชั้นสูง
อันจะนำมาอีกระดับ ซึ่งความปลอดภัยที่สูงขึ้นมาก เพราะจะทำให้การควบคุมรถมีความสะดวก
ง่าย ลดความเสี่ยงต่ออันตราย และสอนให้ท่านรู้ว่า การขับรถอย่างไรไม่ให้ชนคนอื่น
มิให้คนอื่นมาชนเรา และมิให้เราเป็นสาเหตุให้คนอื่นชนกัน